Smart Monodzukuri "พัฒนาระบบการผลิต" จาก Analog สู่ Digital ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม
หากเอ่ยถึงคำว่า Monozukuri ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ ส.ส.ท. ได้รับการถ่ายทอดจากญี่ปุ่นแล้ว Monozukuri หมายถึง วิถีการผลิตงานอย่างตั้งใจ โดยเอาจิตวิญญาณใส่เข้าไป เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความปราณีต และมีคุณภาพที่ดีเลิศ
การเติมคำว่า Smart เข้าไป กลายเป็น Smart Monodzukuri จึงหมายถึง การเติม "ระบบการผลิตอัจฉริยะ" เข้ากับวิถีการผลิตงานอย่างตั้งใจ ใส่จิตวิญญาณ เพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่ปราณีต มีคุณภาพ
Smart Monodzukuri เกิดขึ้นเพื่อรองรับกับปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีศักยภาพเฉพาะทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากตัวอย่างของประเทศญี่ปุ่น
ความร่วมมือ
Smart Monodzukuri เน้นการ "แก้ปัญหาหน้างาน" โดยใช้เทคโนโลยี IVI-Model (Industrial Value Chain Initiative) ที่ ส.ส.ท. เรียกว่า Kaizen IoT เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนระบบภายในองค์กร จาก Analog สู่ Digital โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร
Smart Monodzukuri for P Q C D
โครงการ Smart Monodzukuri for P Q C D โดยฝ่ายบริการให้คำปรึกษาฯ ได้นำแนวทางการแก้ปัญหาหน้างานโดยใช้ IoT ให้เกิด Small Start ในรูปแบบ Digital Visualization นำไปสู่กระบวนการบริหารการผลิตอย่างเป็นระบบที่สามารถติดตาม และเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
เป็นการพัฒนาทีมงาน "บุคลากรต้นแบบ" ให้สามารถขยายผลพัฒนา Kaizen IoT ได้ด้วยทีมงานเอง และเพื่อเป็นพื้นฐานในการทำ LEAN อย่างเป็นระบบ นำไปสู่การบริหาร 4 Flows ที่มีประสิทธิภาพ
4 Flows การบริหารที่มีประสิทธิภาพ
- Information Flow — ระบบสารสนเทศ
- Material and Product Flow — วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์
- People Flow — บุคลากร
- Cash Flow — กระแสเงินสด

ทำไมต้องนำ Smart Monodzukuri มาใช้?
ระบบการผลิตในปัจจุบันต้องเป็นการพัฒนาให้ทันสมัยเพื่อสอดรับกับยุคอุตสาหกรรม 4.0 โดยหลายบริษัทหลายโรงงานได้มีความพยายามลงทุนเปลี่ยนจากการผลิตด้วยมือ มาเป็นระบบอัตโนมัติ
โรงงานหลายแห่งเปลี่ยนจาก Analog มาเป็น Digital โดยไม่ได้ทำการ "กำจัดความสูญเปล่า" ทำให้การลงทุนนำระบบอัตโนมัติมาใช้เกิดประโยชน์น้อย — Smart Monodzukuri จึงเป็นแนวทางการลงทุนอย่างเป็นขั้นตอน ด้วย IVI Model ของญี่ปุ่น
Smart Monodzukuri เหมาะสำหรับโรงงาน ขนาดเล็กและขนาดกลาง ทุกประเภทอุตสาหกรรม ที่ต้องการยกระดับการเปลี่ยนแปลงให้ทันยุคอุตสาหกรรม 4.0 ให้เกิดความคุ้มค่าจากการปรับปรุง
นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ส่งเสริมการพัฒนาระบบอัตโนมัติ และต่อยอดไปสู่การใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ส่งผลให้อุตสาหกรรมของไทยก้าวรุดหน้าในระดับสูง
ตัวอย่างการใช้งาน IoT จริง
การควบคุมสถานะกระบวนการผลิตผ่าน Raspberry Pi และสร้างหน้าจอแสดงผลที่เชื่อมกับเครือข่าย Internet (สัญญาณ Wifi) ซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่สูง แต่สามารถช่วยให้ควบคุมการผลิตได้ตลอดเวลา หรือ Real Time ทำให้ฝ่ายผลิตเห็นภาพข้อมูล และมีการแจ้งเตือนเมื่อเกิดปัญหาในสายการผลิตผ่านช่องทางต่างๆ เช่น LINE กลุ่มในโทรศัพท์มือถือได้
การเป็นอุตสาหกรรมอัจฉริยะภายใต้เป้าหมายสู่การเป็นอุตสาหกรรม 4.0 โดยใช้ Smart Monodzukuri จึงเป็นการเพิ่มศักยภาพ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต
การนำ Smart Monodzukuri มาใช้ไม่ใช่การลงทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก เพราะหัวใจสำคัญคือการสร้าง บุคลากร 4.0 เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองคาพยพไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม
